โรคหัวใจและหลอดเลือด

ทุกวันนี้สถิติของโรคเรื้อรังยังคงเป็นปัญหาสุขภาพของคนทั่วโลก มีอัตราเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มโรคหัวใจและหลอดเลือด และจากการศึกษาวิจัยก็ได้ชี้ให้เห็นถึงสาเหตุของโรคเหล่านี้ มาจากการอักเสบเรื้อรังของผนังหลอดเลือดโดย มีปัจจัยกระตุ้นจากอนุมูลอิสระต่างๆ ซึ่งได้รับมาจากการใช้ชีวิตประจำวันของเรา อาทิ จากการรับประทานอาหาร อาหารทอด ปิ้งย่างไหม้ สารพิษโลหะหนัก สารเคมีจากยาฆ่าแมลง มลพิษจากท่อไอเสียรถยนต์ รวมถึงจากความเครียด เป็นต้น

โดยระบบกลไกลปกติร่ายกายของเราจะผลิตสารต้านอนุมูลอิสระได้เอง แต่เมื่ออายุมากขึ้นก็จะผลิตสารต้านอนุมูลอิสระได้น้อยลง ไม่เพียงพอต่อการกำจัดอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดความเสื่อมของเซลล์ของอวัยวะต่างๆในร่างกาย เมื่อเซลล์เสื่อมก็ส่งผลให้ร่างกายอ่อนแอ ก่อให้เกิดโรคต่างๆตามมาได้
การป้องกันอนุมูลอิสระจะเกิดประโยชน์ ช่วยในการป้องกัน เสริมสุขภาพ ช่วยทำให้สามารถสกัด ป้องกันหรือชะลอโรคภัย ทำให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง สามารถต่อสู้กับเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัสที่โจมตีร่างกาย
การแก้ไขที่ต้นเหตุเพื่อป้องกันสาเหตุเหล่านี้ คือการใช้สารอาหารบำบัด ที่มีคุณสมบัติในการต่อต้านอนุมูลอิสระ และลดการอักเสบของเซลล์เยื่อบุผนังหลอดเลือด

1. สารสกัดจากสาหร่ายแดงแอสทาแซนทีน (Astaxantine)
แอสทาแซนทีนเป็นสารอาหารในกลุ่มแคโรทีนอยด์(Carotenoids)พบมากในพืชหรือสัตว์ทะเล เช่นในกุ้งคริล หรือตัวเคย สาหร่ายเซลล์เดียวHaematococcuspluvialis ซึ่งเป็นอาหารหลักของปลาแซลมอน ทำให้เมื่อปลาแซลมอนว่ายทวนกระแสน้ำเพื่อวางไข่ ผิวหนังของปลาจนทนทานต่ออนุมูลอิสระจากแสงแดดที่รุนแรงในช่วงน้ำตื้นได้ดี
แอสทาแซนทีนโดยมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ในปัจจุบันถือว่าทรงพลังที่สุด โดยอาจเปรียบเทียบได้ว่าสามารถต่อต้านอนุมูลอิสระได้แรงกว่า วิตามินซี หรือวิตามินอี ร่วม 400 เท่าโดย ออกฤทธิ์ได้ทั้งส่วนที่เป็นน้ำและไขมันของเซลล์
ในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นแหล่งผลิตสาร Astaxanthinที่บริสุทธิ์ ได้ทำการศึกษาวิจัย ค้นพบคุณประโยชน์ของสารสกัด Astaxanthin หลายประการ เช่น
• สามารถป้องกันและฟื้นฟู จอประสาทตาเสื่อม ช่วยรักษาภาวะดวงตาอ่อนล้า ช่วยป้องกันและฟื้นฟูโรคศูนย์กลางจอประสาทตาเสื่อม ซึ่งถือเป็นสาเหตุอันดับหนึ่งของภาวะตาบอดในผู้สูงอายุ
• ปกป้องผิวหนังและดวงตา จากรังสีอัลตร้าไวโอเล็ต นอกจากนี้ยังพบว่า สามารถฟื้นฟูผิวหนัง ลดเลือนริ้วรอย
• ช่วยในการฟื้นตัวจากการภาวะล้า หลังออกกำลังกายและหลังเล่นกีฬา
• ช่วยปกป้องเซลล์สมอง ชะลออาการความจำเสื่อมและอัลไซเมอร์
• เพิ่มการไหลเวียนเลือด ลดความดันโลหิต เพิ่มไขมันดี ลดไขมันไตรกลีเซอไรด์ในเลือด และช่วยการทำงานของไมโตรคอนเดรียซึ่งทำหน้าที่ผลิตพลังงาน ในเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจ
• ช่วยสมดุลภูมิต้านทาน ในผู้ป่วยภูมิแพ้ ภูมิทำลายตัวเอง ภูมิต้านทานต่ำ การติดเชื้อไวรัสเรื้อรัง เช่น HIV ไวรัสตับอักเสบ เริม ไวรัสงูสวัด
• ช่วยป้องกันความเสื่อมของไต ในผู้ป่วยเบาหวาน
• ช่วยให้สเปิร์มแข็งแรง ช่วยด้านสุขภาพของต่อมลูกหมากในเพศชาย
• ลดภาวการณ์อักเสบในร่างกาย
• ช่วยลดอาการไหลย้อน อาหารไม่ย่อย กระเพาะอาหารอักเสบ ทั้งแบบมีเชื้อและแบบไม่มีเชื้อ Hpylori

2. กรดไขมันจากน้ำมันรำข้าว (Rice bran oil – RBO)
ในน้ำมันรำข้าวRBO อุดมไปด้วยสารอาหารหลายหลายประการที่มีคุณสมบัติเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระ และการอักเสบอาทิเช่น แกมมาโอไรซานอล วิตามินอี สารโทโคฟีรอล สารโทโคไตรอีนอล สารไฟโตสเตอรอล สารโพลีฟีนอลต่างๆ และสารควาลีน
จากการศึกษาพบว่า RBO มีประโยชน์ต่อสุขภาพหลายประการ เช่น
• ลดระดับไขมันโคเลสเตอรอลในเลือด โดยพบว่าระดับไขมันเลวลง และระดับไขมันดีเพิ่มขึ้น โดยเพิ่มการกำจัดโคเลสเตอรอลออกจากร่างกาย ทางน้ำดี
• ป้องกันการเกิดลิ่มเลือดอุดตัน ในหลอดเลือด
• ปรับการทำงานของต่อมไทรอยด์ ให้ดีขึ้น
• เพิ่มระดับของสารเอนโดฟินส์ และช่วยสร้างกล้ามเนื้อ
• บรรเทาอาการวัยทอง
• ช่วยด้านผิวพรรณ
• กรดไขมันไลโนเลอิก ช่วยในระบบเผาผลาญ
• แร่ธาตุโครเมียมในน้ำมันรำข้าว ช่วยการทำงานของฮอร์โมนอินซุลิน ในการเผลาผลาญน้ำตาล ป้องกันภาวะดิ้นสุลินอันจะก่อให้เกิดโรคเบาหวานตามมา

3. สารอาหารสกัดจากข้าวแดงธรรมชาติ
สารอาหารสกัดจากข้าวแดง มีสาระสำคัญที่ชื่อว่า Monakolin K ที่มีคุณสมบัติลดการอักเสบในผนังหลอดเลือด และช่วยควบคุมระดับคอเลสเตอรอลให้อยู่ในระดับที่สมดุล

4. โคเอนไซมืคิวเท็น( Co enzyme Q10)
โคเอนไซม์คิวเทน หรือ Co Q10 เป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญมากของร่างกาย เพราะเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของเอนไซม์ในระบบเผาผลาญเพื่อสร้างพลังงานให้กับเซลล์ โดยเฉพาะเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจ เซลล์ตับ สมอง และไต
ในผู้ที่มีอายุมากขึ้น ประสิทธิภาพของร่างกายในการผลิต Co Q10 ก็ลดลงจึงทำให้เซลล์และเนื้อเยื่อต่างๆเสื่อมสภาพได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่ทานยาลดไขมันอยู่ ก็จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการบกพร่องของสารตัวนี้ในร่างกายเพิ่มขึ้นอีกด้วย
ดังนั้น Co Q10 จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการเสริมสร้างพลังานให้เซลลื บำรุงหัวใจ ตับ ไตและสมอง อีกทั้งผู้ที่สูงอายุ หรือทานยาลดไขมันจึงจำเป็นอย่างมากสำหรับสารอาหารตัวนี้

5. อัลฟ่าไลโปอิกแอซิด (Alpha Lipoic Acid-ALA)
อัลฟาไลโปอิกเอชิด มีคุณสมบัติเด่นในการต่อต้านอนุมูลอิสระ และทำหน้าที่สนับสนุนสารต้านอนุมูลอิสระตัวอื่นๆ ที่ถูกใช้ไปแล้ว กลับมาอยู่ในรูปที่สามารถใช้ได้ใหม่ คือ รีไซเคิล สารต้านอนุมูลอิสระตัวอื่นๆ นั่นเอง โดยพบว่า อัลฟาไลโปอิกเอวิด สามารถรีไซเคิล วิตามินซี วิตามินอี กลูต้าไธโอน โคเอนไซม์คิวเทน และ NAD ได้
ประโยชน์ของ Alpha lipoic Acid
• ช่วย ในการลดภาวะอักเสบของร่างกาย
• เป็นสารกำจัดโลหะหนักที่มีประสิทธิภาพ
• ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของฮอร์โมนอินซูลิน
• ช่วยปรับสมดุลของระบบภูมิต้านทาน ในการต่อต้านเชื้อโรคและต่อต้านมะเร็ง
• ใช้เสริมการรักษา โรคตับอักเสบชนิด C
• ช่วยภาวะปลายประสาทอักเสบจากโรคเบาหวาน
• ช่วยในการชะลอความเสื่อมของเซลล์

ทั้งนี้นอกจากการดูแลด้วยสารอาหารที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว การออกกำลังกาย การพักผ่อนที่เพียงพอ และการเลือกทานอาหารให้ครบตามสัดส่วนที่ร่างกายต้องการ ก็เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยดูแลหลอดเลือดหัวใจของเราด้วย